วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

อิมาม บุคอรียฺ


อิมาม บุคอรียฺ
เจ้าของหนังสือหะดีษอันดับหนึ่ง

เรียบเรียงโดย อิบนู ซอและห์ ตอฮีรี
หลังจากยุคของเหล่าเศาะฮาบะฮ์ผู้ทรงเกีรยติ อิมาม บุคอรีย์นับเป็นปราชญ์ที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่ง ที่ได้มอบความปลื้มติให้กับอุมมะฮ์อิสลาม หลักฐานอันสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ก็คือตำรับตำราหะดีษที่ท่านได้รวบรวมไว้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ เศาะฮีย์ อัล บุคอรีย์ อันเป็นที่ถูกยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือที่ถูกต้องมากที่สุดรองจากอัล กุรอาน
ชีวิตในวัยเด็ก
อิมาม อบู อับดุลลอฮ์ มูฮัมมัด บิน อิสมาอีล อัล บุคอรีย์เกิดในวันที่ 13 เดือนเชาวัล ปี194 ฮิจญ์เราะฮ์ศักราช ในเมืองแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงคือเมืองบุคอรอปัจจุบันอยู่ในประเทศอุเบกิสถาน บิดาของอิมาม บุคอรีย์มีชื่อว่า อิสมาอีล บิน มุฆีเราะฮ์ อัล ญะอ์ฟีเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในวิชาหะดีษและเป็นผู้ที่มีความสมถะ อิมามบุคอรีย์ได้รับมรดกอันเป็นคุณลักษณะพิเศษในด้านความกระตือรือร้นและความเป็นเลิศในงานวิชาการ
อิมาม บุคอรีย์ สูญเสียบิดาขณะที่อายุยังน้อย ดังนั้นมารดาของท่านจึงรับภาระหน้าที่ทั้งหมดในการเลี้ยงดู อิมาม บุคอรีย์กลายเป็นคนตาบอดตั้งแต่เยาว์วัย เขาได้ไปหาหมอที่มีความเชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงในขณะนั้นแต่การรักษาของหมอกลับไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ แม่ของเขาเป็นผู้เคร่งครัดในการทำอิบาดะฮ์และเป็นผู้หญิงที่มีคุณธรรมสูงส่ง นางร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อลูกของนางและได้วิงวอนให้ลูกชายสามารถมองเห็นได้ดังเดิม จนในที่สุด สายธารแห่งความเมตตาได้หลั่งไหลมายังนาง ด้วยการที่อัลลอฮ์ทรงตอบรับการวิงวอน ในคืนหนึ่งนางเห็นท่านนะบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลามในความฝันและพูดว่า อัลลอฮ์ทรงทำให้การมองเห็นของลูกเธอกลับสู่สภาพเดิมอีกครั้งเพราะการวิงวอนของเธอ ในตอนเช้าเมื่ออิมาม บุคอรีย์ตื่นขึ้นมาจากที่นอน เขาสามารถมองเห็นแสงริบหรี่
การศึกษาขั้นพื้นฐานและความสนใจในวิชาหะดีษ
เมื่ออิมาม บุคอรีย์อายุได้ 10 ขวบท่านจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านได้หันมาสนใจในวิชาหะดีษและได้รับอนุญาตให้เข้าชั้นเรียนวิชาหะดีษในบุคอรอ ท่านตั้งใจเรียนอย่างแข็งขัน หนึ่งปีต่อมาท่านสามารถจดจำตัวบทและสายรายงานหะดีษได้เป็นอย่างดี จนบางครั้งครูผู้สอนยังต้องตรวจความถูกต้องของหะดีษจากท่าน อิมามบุคอรีย์สามารถศึกษาความรู้ศาสนาด้วยความฉลาดและความว่องไว เมื่ออายุครบ 16 ปีท่านสามารถท่องจำหนังสืออัลวากิ๊อฺ ของอับดุลลอฮ์ อิบนุ มุบาร๊อก ได้ทั้งเล่ม และหนังสือเล่มอื่นๆของผู้รู้ที่เป็นสหายของอบู หะนีฟะฮ์
การเริ่มต้นในการรวบรวมหะดีษ
เมื่ออายุได้ 18ปีอิมาม บุคอรีย์ได้เดินทางไปมักกะฮ์พร้อมกับมารดาและพี่ชายของท่านที่ชื่อ อะห์มัด อิบนุ อิสมาอีล หลังจากเสร็จสิ้นการทำฮัจญ์ พี่ชายได้กลับไปพร้อมกับมารดาของเขาแต่อิมาม บุคอรีย์ยังคงอยู่ที่นั่นเพื่อศึกษาต่อในระดับสูง ในระหว่างนั้นท่านได้เขียนหนังสือที่มีชื่อว่า เกาะฎอยา อัศ เศาะฮาบะฮ์ วัต ตาบิอีนหลังจากนั้น ได้เดินทางไปยังมะดีนะฮ์เพื่อเรียบเรียงหนังสือ อัต ตารีค อัล กะบีร อันโด่งดัง
เป็นเวลาหลายปีที่อิมาม บุคอรีย์ได้ออกเดินทางไกลเพื่อเสาะหาสายรายงานหะดีษและได้เพิ่มความรู้อันมากมาย เขากล่าวว่าเพื่อแสวงหาความรู้ ฉันเดินทางไปทั้งอียิปต์ และซีเรียสองครั้ง บัสเราะฮ์ 4 ครั้ง และใช้เวลา 6 ปีอยู่ที่ฮิญาซ อีกทั้งได้ร่วมเดินทางกับอุละมาอ์หะดีษไปยังกูฟะฮ์และบัฆดาดในหลายโอกาส
ความจำอันยอดเยี่ยม
อิมาม บุคอรีย์เป็นผู้ที่มีความจำที่เป็นเลิศ ราวกับว่าทั้งร่างกายของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเต็มไปด้วยข้อมูล ความจำอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เรานึกถึงอบูฮุรอยเราะฮ์ รดิยัลลอฮุ อันฮุ ท่านสุไลมาน อิบนุ มุญาฮิด กล่าวว่า วันหนึ่ง ฉันได้นั่งร่วมกับ มุฮัมมัด อิบนุ สลาม เขากล่าวว่า ถ้าท่านมาเร็วกว่านี้หน่อย ฉันจะให้ท่านดูเด็กคนหนึ่งที่จำหะดีษถึง 70,000 หะดีษ สุไลมานลุกขึ้นและเริ่มมองหาอิมาม บุคอรีย์ สักพักเขาก็พบอิมาม บุคอรีย์และถามว่า ท่านคนเดียวจำหะดีษได้ตั้ง 70,000 หะดีษเชียวหรือ? อิมาม บุคอรีย์ตอบว่า ฉันได้ศึกษาหะดีษมากว่าที่ท่องจำนี้เสียอีก ฉันรู้แม้กระทั่งสถานที่เกิด ตาย และที่อยู่ของเหล่าเศาะฮาบะฮ์ได้มากที่สุดถึงบุคคลที่ถูกรายงานไว้ในหะดีษ

เช่นเดียวกัน มุฮัมมัด อิบนุ อัซฮัร อัส ซาญิสตานี่ กล่าวว่า ฉันเคยไปหาสุไลมาน อิบนุ ฮัรบ์พร้อมกับอิมาม บุคอรีย์เพื่อที่จะฟังหะดีษ ฉันบันทึกหะดีษ แต่อิมาม บุคอรีย์กลับไม่ทำอย่างนั้น มีคนพูดกับฉันว่า ทำไมอิมาม บุคอรีย์ถึงไม่บันทึกหะดีษลงไป? ฉันบอกกับเขาว่า ถ้าเจ้าพลาดที่จะบันทึกหะดีษใดแล้ว เจ้าสามารถเอามันจากความจำของอิมาม บุคอรีย์
เหลียวมองชีวิตส่วนตัวของเขา
ความเรียบง่ายและความถ่อมตัว
อิมาม บุคอรีย์เป็นคนเรียบง่ายและทำงานหนัก ท่านมักจะทำงานต่างๆด้วยตัวท่านเอง แม้ว่าจะมีความร่ำรวนและสถานะที่มีเกียติ ท่านมีลูกจ้างจำนวนน้อยมากตามความจำเป็นเท่านั้นและตัวเขาไม่เคยหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเหล่านี้ มุฮัมมัด อิบนุ ฮาติม อัล วัรรอกซึ่งเป็นศิษย์เอกคนหนึ่งของเขากล่าวว่า อิมาม บุคอรีย์ทำห้องเช่าใกล้กับเมืองบุคอรอและกำลังก่ออิฐด้วยมือท่านเอง ฉันรีบเร่งมาหาและกล่าวว่า ท่านหยุดเถอะ ปล่อยที่เหลือให้ฉันทำเอง แต่ท่านกลับตอบว่า ในวันแห่งการตัดสินการ งานนี้จะเป็นประโยชน์กับฉัน
วัรรอกกล่าวต่อไปว่า เมื่อเราร่วมเดินทางไปกับอิมาม บุคอรีย์ ท่านจะให้พวกเราอยู่รวมกันในห้องหนึ่งส่วนตัวท่านเองจะอยู่อีกห้องหนึ่ง ครั้งหนึ่งฉันเห็นอิมาม บุคอรีย์ตื่นขึ้นมาในช่วงกลางดึกประมาณ 15-20 ครั้งและทุกๆครั้งเขาได้จุดไฟขึ้น เขาเอาหะดีษออกมาแล้วทำเครื่องหมายไว้ หลังจากนั้นจึงวางหัวบนหมอน แล้วเอนตัวอยู่บนเก้าอี้ยาว ฉันถามท่านว่าทำไมท่านต้องลำบากในช่วงกลางคืนเช่นนี้ ในเมื่อท่านสามารถปลุกฉันขึ้นมาได้(เพื่อที่ฉันจะได้ช่วยท่าน) ท่านตอบกลับไปว่า เจ้ายังเด็กอยู่และจำเป็นต้องนอนให้เต็มอิ่ม และฉันก็ไม่ต้องการจะรบกวนเวลานอนของเจ้า
ความเอื้อเฝือเผื่อแผ่
อิมาม บุคอรีย์ถือว่าเป็นตัวอย่างอันดีงามในเรื่องความเอื้อเฝือเผื่อแผ่ ท่านหวังว่าสักวันหนึ่งจะบริจากให้ได้ 3.000 ดิรฮัมในหนึ่งวัน อัล วัรรอก กล่าวว่า อิมามบุคอรีย์มีรายได้ 500 ดิรฮัมต่อเดือนและเขาจะใช้จ่ายหมดไปกับนักเรียนของเขา
ความเกรงกลัวอัลลอฮ์
อิมาม บุคอรีย์เป็นบุคลที่มีความเคร่งครัดและจริยธรรมสูงส่ง ท่านเกรงกลัวอัลลอฮ์อย่างมากทั้งภายในและภายนอก ท่านจะคอยยับยั้งตัวเองจากการนินทาและระแวงสงสัยผู้อื่น และคอยระวังไม่ให้ก้าวก่ายสิทธิของผู้อื่น บักร์ อิบนุ มุนีรเล่าว่าอิมาม บุคอรีย์กล่าวว่า ฉันหวังว่าเมื่อใดที่ฉันได้พบกับพระผู้อภิบาลของฉัน พระองค์จะไม่ทรงคิดบัญชีกับฉัน เพราะฉันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการนินทา
อิมาม บุคอรีย์คอยระมัดระวังในการทำอิบาดะฮ์ของท่านให้มีความประณีตอยู่เสมอ ท่านจะละหมาดและถือศีลอดสุนัตอย่างมากมาย และจะท่องกุรอานทั้งหมดให้ลุล่วงเป็นประจำในเดือนรอมฎอน และท่องกุร อานสิบยุซอ์ในช่วงกลางคืน เขาไม่เคยคิดจะรังเกียจคนอื่นๆถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะกระทำไม่ดีต่อท่านก็ตาม อิมามบุคอรีย์จะขอดุอาให้อัลลอฮฺทรงยกโทษให้กับผู้ที่ประพฤติไม่ดีกับท่าน หากจำเป็นจะต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนใครก็ตาม ท่านก็จะไม่ทำให้บุคคลนั้นต้องอับอายต่อหน้าสาธารณชน
การจากไปของเขา
อิมาม บุคอรีย์ตายในค่ำคืนของวันอิฎิล ฟิตรีอันเป็นค่ำคืนแรกของเดือนเชาวัลปีฮ.ศ. 56 ซึ่งอีกเพียง12 วันท่านก็จะมีอายุครบ 62 ปี ในค่ำคืนนั้นเองที่ดวงตะวันแห่งความรู้ คุณความดี ความจำเริญได้ดับลง บุคคลที่ความรู้และการปฏิบัติของเขาได้ส่องสว่างแก่ให้กับหัวใจและจิตใจของปัญญาชนจำนวนมากรวมทั้งผู้คนแห่งซามัรคาน บุคอรอ บัฆดาด และนัยซาปูร ขออัลลอฮ์ทรงตอบรับความอุตสาหะที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและขอความเมตตาจากพระองค์ให้หลั่งไหลสู่ดวงวิญญาณของท่านด้วยเถิด อามีนยาร๊อบบัลอาละมีน!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น