วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

มหัศจรรย์อัลกุรอาน


ในสมัยที่วิทยาการทางตะวันตกอยู่ในยุคมืด แต่มุสลิมกลับมีความก้าวหน้าในเรื่องนี้โดยมีอัลกุรอานเป็นแหล่งความรู้ และความรู้เหล่านี้ได้แพร่ขยายเข้าไปยังตะวันตกเป็นพื้นฐานการเรียนรู้วิชาการด้านต่างๆของชาวตะวันตกในยุคปัจจุบัน
การศึกษาเกี่ยวกับกำเนิดมนุษย์มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในช่วงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสต์ศักราช อริสโตเติล (Aristotle B.E. 322-384) นักปราชญ์กรีก ได้บันทึกการสังเกตพัฒนาการของตัวอ่อนในไก่และสัตว์อื่นๆด้วยตาเปล่า และนับได้ว่าท่านเป็นผู้วางรากฐานของวิชา Embryology ก่อนที่วิทยาการสมัยใหม่ที่เริ่มเมื่อศตวรรษที่ 17 และปฏิเสธแนวคิดของท่าน ที่ว่าทารกมีการพัฒนามาจากการรวมของเลือดประจำเดือนกับนำอสุจิ
ศาตราจารย์ Keith Moore หัวหน้าแผนกสรีรวิทยาและEmbryology มหาวิทยาลัยโทรอนโต ประเทศคานาแด ได้เขียนในหนังสือ “The Developing Human” ว่า ในช่วงทศศตวรรษก่อนหน้าหนี้ ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของทารกไม่ได้มีอะไรพัฒนาขึ้นเลย แต่ในช่วงศตวรรษที่ 7 อัลกุรอานซึ่งเป็นคัมภีร์ของมุสลิมได้บันทึกเกี่ยวกับพัฒนาการของมนุษย์ ว่า มนุษย์ได้กำเนิดจากการปฏิสนธิกันระหว่างฝ่ายหญิงกับฝ่ายชาย และในคัมภีร์ได้กล่าวถึงพัฒนาการในขั้นต่างๆ เริ่มตั้งแต่ที่มีการปฏิสนธิจากหยดน้ำไปฝังตัวอยู่ในมดลูก แล้วเริ่มพัฒนาขั้นแรกเป็นก้อนเลือดที่ลักษณะเกาะแขวนอยู่(Leech)มีชีวิตจากเลือดอื่น จากนั้นก็จะพัฒนาเป็นก้อนเนื้อที่มีรูปร่างบงบอกอวัยวะบางอย่าง เช่น ฟัน ซึ่งตรงกับขั้นตอนของการพัฒนาการของมนุษย์ในช่วงนั้นจริงๆ .. ถ้าท่านต้องการรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่อัลกุรอานได้กล่าวถึงพัฒนาการของมนุษย์ ผมได้เขียนในหนังสือของผม ฉบับปี ค.ศ. 1986...”
อายุ 1 สัปดาห์มีลักษณะคล้ายปลิง(Leech)เกาะติดที่ผนังมดลูก

ทารกในครรภ์มารดา อายุ 4 สัปดาห์ความรู้เกี่ยวกับกำเนิดมนุษย์หรือพัฒนาการของมนุษย์นี้ นักสรีรวิทยาสมัยใหม่อย่างเช่น ศาสตราจารย์ Keith Moore ก็ยอมรับว่าแม้ในสมัยที่วิทยาการทางตะวันตกอยู่ในยุคมืด แต่มุสลิมกลับมีความก้าวหน้าในเรื่องนี้โดยมีอัลกุรอานเป็นแหล่งความรู้ และความรู้เหล่านี้ได้แพร่ขยายเข้าไปยังตะวันตกเป็นพื้นฐานการเรียนรู้วิชาการด้านต่างๆของชาวตะวันตกในยุคปัจจุบันอัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอาน ว่า
(فَلْيَنظُرِ الْإِنسَانُ مِمَّ خُلِقَ ، خُلِقَ مِن مَّاء دَافِقٍ ، يَخْرُجُ مِن بَيْنِ الصُّلْبِ وَالتَّرَائِبِ ،(سورة الطارق 5-7)
ความว่า : ดังนั้นมนุษย์จงไตร่ตรองดูซิว่าเขาถูกบังเกิดมาจากอะไร ? เขาถูกบังเกิดมาจากน้ำที่พุ่งออกมา มันออกมาระหว่างกระดูกสันหลังและกระดูกหน้าอก (อัลกุรอาน สูเราะห์อัฏ-ฏอริก 86/5-7)
จากอายัตหรือโองการข้างต้น ทำให้เกิดความรู้ใหม่ซึ่งไม่ใช้ความรู้ที่ได้จากทดลองหรือพิสูจน์ตามหลักการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เป็นความรู้ที่ได้จากผู้สร้างที่บอกเราผ่านศาสนทูต(รซูล)ของพระองค์ เป็นความจริง(Fact)ที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ แต่สามารถอธิบายตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้
อายัตแรกเป็นการให้เราศึกษา ไตรตรองและตระหนักถึงความเป็นมาของมนุษย์ มนุษย์ถูกสร้างมาอย่างไรและสร้างมาจากสิ่งใด
มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาจากดิน
มนุษย์คนแรกถูกสร้างมาจากดิน(طين) อัลลอฮฺได้ตรัสในสูเราะห์อัลมุมินูน อายัตที่ 12 ว่า
وَلَقَدْ خَلَقْنَا الْإِنسَانَ مِن سُلَالَةٍ مِّن طِينٍ
ความว่า : และขอสาบานว่า แน่นอนเราได้สร้างมนุษย์มาจากธาตุดินที่ถูกเลือก (อัลกุรอาน 23/12)ดิน(طين) คือส่วนผสมระหว่าง ทราย(تراب) กับ น้ำ(ماء)
อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
وَمِنْ آيَاتِهِ أَنْ خَلَقَكُم مِّن تُرَابٍ ثُمَّ إِذَا أَنتُم بَشَرٌ تَنتَشِرُونَ
ความว่า : และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือ ทรงสร้างพวกเจ้าจากดินทราย แล้วพวกเจ้าเป็นมนุษย์แพร่กระจายออกไป (อัลกุรอาน สูเราะห์ อัร-รูม 30/20)
และ وَهُوَ الَّذِي خَلَقَ مِنَ الْمَاء بَشَراً فَجَعَلَهُ نَسَباً وَصِهْراً وَكَانَ رَبُّكَ قَدِيراًความว่า : และพระองค์คือผู้ทรงบังเกิดมนุษย์จากน้ำและทรงทำให้มีเชื้อสายและเครือญาติ และพระเจ้าของเจ้านั้นเป็นผู้ทรงอานุภาพ (อัลกุรอาน สูเราะห์ อัล-ฟุรกอน 25/54)
นอกจากน้ำคือส่วนผสมหนึ่งของดินแล้ว และน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะให้สิ่งมีชีวิตมีชีวิตขึ้นมาได้
อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
وَجَعَلْنَا مِنَ الْمَاء كُلَّ شَيْءٍ حَيٍّ أَفَلَا يُؤْمِنُونَ
ความว่า : และเราได้ทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตมาจากน้ำ ดังนั้นพวกเขาจะยังไม่ศรัทธาอีกหรือ (อัลกุรอาน สูเราะห์ อัล-อันบิยาอ 21/30)
อัลลอฮฺได้เปรียบเทียบคนที่ตายแล้ว และได้บังเกิดใหม่ในวันปรโลก เหมือนกับการงอกเงยของพืช
وَتَرَى الْأَرْضَ هَامِدَةً فَإِذَا أَنزَلْنَا عَلَيْهَا الْمَاء اهْتَزَّتْ وَرَبَتْ وَأَنبَتَتْ مِن كُلِّ زَوْجٍ بَهِيجٍ
ความว่า : และเจ้าจะเห็นแผ่นดินแห้งแล้ง ครั้นเมื่อเราได้หลั่งน้ำฝนลงมาบนมัน มันก็จะเคลื่อนไหวขยายตัวและพองตัวและงอกเงยออกมาเป็นพืช ทุกอย่างเป็นคู่ ๆ ดูสวยงาม (อัลกุรอาน สูเราะห์ อัล-หัจญ์ 22/5)

ภาพแสดงองค์ประกอบของดิน จะประกอบด้วย หิน อากาศ น้ำ ดินเหนียว และสารอินทรีย์
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า ดินจะประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากกว่า 100 ชนิด และร่างกายของมนุษย์จะประกอบด้วยธาตุหลักๆ ประมาณ 23 ชนิด ซึ่งทุกธาตุที่มีพบในตัวมนุษย์ จะมีอยู่เป็นองค์ประกอบของดิน
เช่นธาตุหลัก ได้แก่ ไฮโดรเจน(H) ออกซิเจน(O) สองธาตุนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของน้ำ(H2O) ซึ่งน้ำจะมีอยู่ในตัวมนุษย์มากถึง 70 % คาร์บอน(C) ไนโตรเจน(N) ซึ่งธาตุทั้งสี่นี้จะพบในสารประกอบหลักที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ เช่น น้ำตาล(เช่น C6H12O6) ไขมัน โปรตีน วิตามิน
เป็นต้นธาตุรอง ได้แก่ Cl , S , P , Mu , Ca , K
ธาตุที่เป็นของแห้ง ได้แก่ I , Mg , Co , Zn , Mo
ธาตุหายาก ได้แก่ F , Al , B , Se , Cd
มนุษย์ที่หนัก 65 กิโลกรัม จะมีน้ำประมาณ 40 กิโลกรัม(61.6%) โปรตีน 11 กิโลกรัม(17.0%) ไขมัน 9 กิโลกรัม(13.8%) เกลือแร่ 4 กิโลกรม(6.1%) คาร์โบไฮเดรต 1 กิโลกรัม(1.5%)
وَإِذْ قَالَ رَبُّكَ لِلْمَلاَئِكَةِ إِنِّي خَالِقٌ بَشَراً مِّن صَلْصَالٍ مِّنْ حَمَإٍ مَّسْنُونٍ فَإِذَا سَوَّيْتُهُ وَنَفَخْتُ فِيهِ مِن رُّوحِي فَقَعُواْ لَهُ سَاجِدِينَ
ความว่า : และจงรำลึกเมื่อพระเจ้าของเจ้าตรัสแก่มะลาอิกะฮ์แก่ “แท้จริงข้าเป็นผู้สร้างมนุษย์จากดินแห้ง จากดินดำเป็นตม ดังนั้น เมื่อข้าได้ทำให้เขามีรูปร่างสมส่วนและเป่าวิญญาณจากข้าเข้าไปในตัวเขา ฉะนั้นพวกเจ้า(มะลาอิกะฮและญิน)จงก้มลงสุญูด(กราบ)ต่อเขา(อาดัมที่สร้างจากดิน)” (อัลกุรอาน สูเราะห์ อล-ฮิจร์ 15/28-29)
มนุษย์ ประกอบด้วยธาตุต่างๆที่อยู่ในดิน และมีชีวิต จิต วิญญาณได้ โดยได้รับการเป่าวิญญาณจากอัลลอฮฺ
ร่างกายล่อเลี้ยงให้สมบูรณ์ได้โดยการรับธาตุต่างๆอย่างเพียงพอ และล่อเลี้ยงจิตวิญญาณได้โดยเคร่งครัดในศาสนา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น